







หลีกเลี่ยงอาการตาล้า
เราจะหลีกเลี่ยงอาการตาล้าตาการจ้องจอคอมพิวเตอร์นานๆได้อย่างไร?
ความผิดปกติของการมองเห็นมักจะเกิดขึ้นเมื่อต้องอยู่ในที่ทำงานเพราะเกิดขึ้นในขณะที่กำลังพยายามเพ่งสายตา จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นระยะเวลานานๆ โดยเฉพาะการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ การกระทำเหล่านี้เป็นการเพิ่มความเครียดให้กับดวงตา ทำให้เกิดอาการตาล้า
9 วิธีลดตาล้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
1. อยู่ในที่ที่แสงสว่างเพียงพอ
- ไม่อยู่ในที่ที่แสงจ้าเกินไปหากนั่งใกล้หน้าต่างครวปิดมูลี่เพื่อช่วยลดปริมาณแสงเข้าสู่ตาโดยตรง
- โต๊ะทำงานไม่ควรเป็นพื้นผิวเงาสะท้อน
- ปิดไฟบางส่วนของห้องหรือย้ายตำแหน่งที่นั่งเพื่อลดเงาสะท้อนบนหน้าจอ แต่ห้องต้องไม่มืดเกินไป
2. ปรับตัวขนาดอักษรให้เหมาะสม
- ปรับตัวอักษรให้เข้ม และขนาดใหญ่พอที่ยังสามารถอ่านได้แม้อยู่ห่างจากหน้าจอเป็น 3 เท่าของระยะทำงาน
3. ทำความสะอาดหน้าจอให้ใสสะอาด
- หากมีคราบสกปรกเกาะบนหน้าจอ จะส่งผลต่อความคมชัดของภาพ เราจึงต้องเพ่งทำให้ไม่สบายตา
4. ปรับระยะการทำงานให้เหมาะสม
- ควรอยู่ห่างจากหน้าจอคอมประมาณ 50-60 เซนติเมตร หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ระดับสายตาไม่สูงหรือตำ่ไป
5. กะพริบตาบ่อยๆ
- การจดจ่อกับหน้าจอส่งผลให้การกะพริบตาลดลง ตาจึงแห้ง และไม่สบายตา
6. ปฏิบัติตามหลัก 20-20-20
- พักทุกๆ 20 นาที โดยการมองไกล 20 ฟุต อย่างน้อย 20 วินาที
7. ใส่แว่นตัดแสงสีฟ้าหรือเลนส์ลดอาการตาล้า
- ในยุคปัจจุบันนวัตกรรมการขัดเลนส์หรือการเคลือบผิวเลนส์ก้าวไกลกว่าแต่ก่อนมากจึงมีเลนส์หลากหลายที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองให้กับผู้ส่วมใส่
8. บริหารกล้ามเนื้อตา
เป็นวิธีง่ายๆที่ต้องอาศัยการทำที่สม่ำเสมอเพื่อให้เห็นผล
- กรอกตาขึ้น ลง ซ้าย ขวา กรอกให้สุดทำช้าๆ ไม่เกร็งตา โดยเริ่ม จากกรอกตาไปทางซ้าย-ขวา ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง กรอกตาขึ้น-ลง ทำซ้ำ 6 ครั้ง
- กรอกตาเป็นวงกลม ทั้งทวนเข็มและตามเข็มนาฬิกา ทำประมาณ 10 ครั้ง ทำเสร็จทุก 2 รอบพัก 3 วินาที
- ชูนิ้วห่างจากตาประมาณ 8 นิ้ว จากนั้นมองออกไปไกลๆประมาณ 10 ฟุต แล้วสลับกับมามองปลายนิ้ว แต่ละระยะจ้องค้างประมาณ 3 วินาที ทำสลับกันไปมาประมาณ 10 รอบ เมื่อทำเสร็จทุกๆ 2 รอบพัก 3 วินาที
9. ตรวจสุขภาพร่างกาย+ตาและตรวจวัดสายตาทุกๆ 1 ปี
- เพื่อการมองเห็นที่ดีที่สุด และหากตรวจเจอโรคที่ส่งผลต่อการมองเห็นจะได้รีบรักษาและแก้ไขได้อย่างทันท่วงทีและเหมาะสม
